ร้อยเอ็ดยืนยัน3เมยโรคโควิด-19รักษาหายได้พร้อมรับมือกลุ่มเสี่ยงป้องกันโรคเข้าสู่ร่างกายออกบ้านสวมหน้ากากอนามัยเร่งส่งหน้ากากให้ชาวบ้าน /PTV:ชสอท./nuk-aof/0817082129–

ร้อยเอ็ดยืนยัน3เมยโรคโควิด-19รักษาหายได้พร้อมรับมือกลุ่มเสี่ยงป้องกันโรคเข้าสู่ร่างกายออกบ้านสวมหน้ากากอนามัยเร่งส่งหน้ากากให้ชาวบ้าน

/PTV:ชสอท./nuk-aof/0817082129–

เมื่อเช้าวันนี้ 3 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการ แถลงข่าว สถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 13 ยืนยันโรคโควิด-19 รักษาหายแล้ว1 ราย จากผู้ป่วย 3 ราย โดยที่ 2 รายยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก(ข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 08.00 น.) มีผู้ป่วยสะสมรวม 1,015,057 ราย เสียชีวิต 53,167 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา 244,877 ราย รองลงมาคือ อิตาลี 115,242 ราย
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย(ข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน 2563) มีผู้ป่วยสะสม 1,978 ราย (เพิ่มใหม่ 103 ราย) เสียชีวิต 19 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากการสัมผัสผู้ป่วย รองลงมา คือผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ สถานบันเทิง และมีอาชีพเสี่ยง และร่วมพิธีทางศาสนา

จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 156 ราย พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 3 ราย (กลับบ้าน 1 ราย/ รักษาในโรงพยาบาล 2 ราย) ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 150 ราย และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 3 ราย ข้อมูลการติดตามผู้เดินทางมาจากพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย (จีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน) (ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 2 เมษายน 2563) มีผู้แยกกักกันตัวเองที่บ้านพัก จำนวน 116 คน ติดตามเฝ้าระวังครบ 14 วัน จำนวน 97 คน และอยู่ในระหว่างติดตามยังไม่ครบ 14 วัน จำนวน 19 คน

ส่วนการติดตามผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง จำนวน 29 ประเทศ คุมไว้สังเกตอาการที่บ้านพัก จำนวน 368 คน ติดตามครบ 14 วัน 291 คน อยู่ระหว่างติดตามยังไม่ครบ 14 วัน จำนวน 77 คน ผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพและปริมลฑล จำนวน 17,071 คน ให้กักตัวเองสังเกตอาการที่บ้านพัก 14 วัน

ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชน พบว่า ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเวลาออกจากบ้าน ร้อยละ 94.03 ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ ร้อยละ 90.47 ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ร้อยละ 85.33 รักษาระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1 – 2 เมตร ร้อยละ 64.3 หลีกเลี่ยงการจับใบหน้า ตา จมูก ปาก ร้อยละ 57.93 ปิดปากและจมูกเวลาจาม / ไอ และล้างมือทันที ร้อยละ 45.78

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า ยังมีคนจำนวนมากที่ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ดังนั้น การป้องกันโรคทุกคนต้องปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกันจึงจะสามารถหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ จึงขอรณรงค์ให้ชาวร้อยเอ็ดทุกคนสวมหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างจากผู้อื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร

อยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน หากจำเป็นต้องไปให้สวมหน้ากากผ้าตลอดเวลาแล้วรีบกลับเข้าบ้าน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ นาน 20 วินาที กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ แยกสำรับอาหารฉพาะบุคคล และไม่ควรรับประทานอาหารร่วมกัน หากมีไข้ ร่วมกับ อาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ มีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเคยไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยงต่างๆ

ขอเชิญชวนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดพร้อมใจกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”
“อย่าใช้ชีวิตแบบปกติ ในสถานการณ์ไม่ปกติ”
“ล้างมือ กินร้อน ไม่กินร่วม สวมหน้ากากอนามัย อยู่ไกลกัน 2 เมตร”

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับมอบข้าวสารอินทรีย์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 3,600 กิโลกรัม และหน้ากากผ้า จำนวน 1,000 ชิ้น จาก ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สมาชิกวุฒิสภา เพื่อมอบให้ส่วนราชการและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด
และรับมอบตู้อะคริลิคใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยสู่ผู้ให้บริการทางการแพทย์เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 ตู้ จากนายจิระพงศ์ ชูวงศ์เลิศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด

/PALANCHAI TV/ชมรมสื่อออนไลน์IT/สมนึก บุญศรี-ประธาน/0817082129-ข่าว
/อรรถวุธ ทัพโพธิ์/เลขาผวจ.รอ.-ภาพ

Tiger Post
%d bloggers like this: